ทุกข์เป็นของควรกำหนด ไม่ใช่ของควรละ ความทะเยอทะยานดิ้นรนและความอยากคือตัณหา นั่นเป็นสิ่งที่ควรละ อันนี้ก็เป็นเหตุ ส่องให้เราคิดค้นเหมือนกัน คิดค้นหาหลักความจริง ทุกข์นั้นมันเป็นของมีอยู่ จะทิ้งก็ไม่ได้ ถ้าพูดถึงเรื่องทางด้านปฏิบัติ วิปัสสนาไม่ใช่ทิ้งทุกข์ แต่ยกทุกข์ขึ้นมาพิจารณา
 
ไม่ใช่เป็นของว่างหรือของไม่มี ถ้าเป็นของว่างหรือของไม่มี ไม่เป็นวิปัสสนา ใครจะเอาของว่างของไม่มีมาพิจารณา ไม่เป็นวิปัสสนาเลย ต้องเอาของมีอยู่คือทุกข์ ปรารภทุกข์ ค้นคว้าถึงเรื่องทุกข์ ให้เห็นต้นตอของทุกข์ เหตุของการเกิดทุกข์ และเหตุที่จะดับทุกข์
 
ผู้ปฏิบัติถ้าหากพิจารณาต้นตอของทุกข์แล้วเห็นชัดตามเป็นจริง คือว่าทุกข์อยู่ในขันธ์ ถ้าหากมีขันธ์อยู่ตราบใด ทุกข์มันก็ติดอยู่ในขันธ์นั้น เมื่อเราเห็นชัดว่าขันธ์เป็นก้อนทุกข์ ทำอย่างไรมันจึงทิ้งก้อนทุกข์นี้ได้
 
เราแยกขันธ์ออกมาเป็นธาตุ อายตนะ อินทรีย์ แยกออกเป็นส่วนๆ ขันธ์เลยไม่มี เห็นแต่สภาวธรรมอันหนึ่ง เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป อุปาทานความถือขันธ์มันก็เลยหายไป ใจที่ถือว่าขันธ์เป็นตัวเป็นตนมันก็หายไป พร้อมกันนั้นความสงบก็เกิดขึ้น ใจก็ไปอีกส่วนหนึ่งต่างหากนอกจากขันธ์
 
คือว่ามันไปมองเห็นขันธ์ มันไม่ได้ไปอยู่ในขันธ์ แต่หากขันธ์เจือกันอยู่กับจิต จิตไปเห็นขันธ์ แต่ว่าจิตนั้นไม่ได้เข้าไปอยู่ในขันธ์ เห็นเป็นสภาวธรรมเกิดขึ้นดับไป ในขณะที่จิตมันสงบลงไป ความทุกข์ที่เราถือว่าเป็นทุกข์มาแต่เบื้องต้นมันก็หายไป เราพิจารณาทางวิปัสสนา มันต้องเป็นอย่างนั้น
 
- หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี
 
 
###

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ... ธรรมะดีๆ big smile

#4 By ดาว...รัตติกาล (103.7.57.18|118.172.192.240) on 2013-03-17 21:14

@boynipan ขอบคุณค่ะ big smile
@atpt1978 ยินดีค่ะ big smile

#3 By ตรีพันธ์ on 2012-12-16 21:33

เอนทรีเรื่อง ทุกข์ เป็นความจริงอันประเสริฐ
ขอเอาไปแชร์นะครับ

#2 By Live a Live on 2012-12-15 23:12

Hot! Hot! Hot!

ขอบคุณสำหรับบทความดีๆฮะbig smile big smile